ประวัติและความเป็นมา
ปรัชญา นโยบาย คำขวัญ เป้าหมาย พันธกิจ
สัญลักษณ์โรงเรียน
โครงสร้างการบริหารงาน
กฎระเบียบและการแต่งกาย
   
หลักสูตรภาษาอังกฤษ
  อนุบาลศึกษา
ประถมศึกษา
หลักสูตรนานาชาติ
  อนุบาลศึกษา
ประถมศึกษา
   
โรงเรียน
ครู
นักเรียน
   
อาคารสถานที่
งานโภชนาการ
บริการรถโรงเรียน
   
หลักสูตรภาษาอังกฤษ
  อนุบาลศึกษา
ประถมศึกษา
หลักสูตรนานาชาติ
  อนุบาลศึกษา
ประถมศึกษา
   
หลักสูตรการเรียนการสอน


หลักสูตรภาษาอังกฤษ

หลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน ระดับประถมศึกษา

โรงเรียนเลิศหล้าได้เข้าร่วมโครงการใช้สื่อการสอนเป็นภาษาอังกฤษ “Bilingual Program” หรือ “หลักสูตรสองภาษา” ตามโครงการของกระทรวงศึกษาธิการที่ต้องการมุ่งเน้นให้นักเรียนมีความสุขสามารถและทักษะการใช้ภาษาอังกฤษในระดับสากล สามารถดำรงตนอยู่กับวัฒนธรรมไทยและศึกษาต่อได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

โรงเรียนจัดการเรียนการสอนโดยใช้หลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ จัดให้ครูชาวต่างประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษในรายวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และชมรมตามความสนใจของนักเรียน

ในปีการศึกษา 2545 เป็นต้นไป กระทรวงศึกษาธิการ อาศัยอำนาจตามความในบทเฉพาะกาลมาตรา 74 แห่ง พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 เห็นสมควรกำหนดให้มีหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2544 ขึ้นใช้ทั้งนี้ให้เริ่มใช้ในโรงเรียนนำร่อง และโรงเรียนเครือข่ายที่กระทรวงศึกษาธิการประกาศรายชื่อในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และ 4 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 4 โดยมีเงื่อนไขและเวลาการใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2544 ดังต่อไปนี้

     ปีการศึกษา 2545 ใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1, 4
     ปีการศึกษา 2546 ใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1, 2, 4, 5
     ปีการศึกษา 2547 ใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6

การจัดการเรียนรู้

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 22 กำหนดแนวทางในการจัดการศึกษาไว้ว่าการจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้ และพัฒนาตนเองได้และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด

การเรียนรู้ในสาระการเรียนรู้ต่างๆ มีกระบวนการ วิธีการที่หลากหลาย ครูผู้สอนจะคำนึงถึงพัฒนาการทางด้านร่างกายและสติปัญญา วิธีการเรียนรู้ ความสนใจ และความสามารถของผู้เรียนเป็นระยะๆ อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นในการเรียนรู้จึงใช้รูปแบบวิธีการที่หลากหลายเน้นการจัดการเรียนการสอนตามสภาพจริง การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้ร่วมกัน การเรียนรู้จากธรรมชาติ การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง และการเรียนรู้แบบบูรณาการเป็นส่วนให้ผู้เรียนเชื่อมโยงสาระการเรียนรู้ต่างๆ ให้สอดคล้องกับชีวิตและนำกระบวนการเรียนรู้ เช่น การเรียนการอ่าน การคิดคำนวณ ทำให้ผู้เรียนได้เกิดทักษะและนำกระบวนการเรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

จัดกระบวนการเรียนรู้ในแนวบูรณาการโดยนำกระบวนการเรียนรู้และเนื้อหากลุ่มสาระเดียวกันมาบูรณาการเชื่อมโยงจัดหน่วยการเรียนรู้แยกสอนตามรายวิชา จัดการเรียนการสอนโดยครูผู้สอนที่มีความรู้ ความสามารถและความถนัดเฉพาะวิชา

โรงเรียนเลิศหล้า จัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยมุ่งเน้นพัฒนาให้นักเรียนเป็นคนดี คนเก่งและมีความสุข พัฒนาศักยภาพของนักเรียนให้เจริญถึงขีดสูงสุด

คนดี ก็คือ มีวินัย สนใจใฝ่รู้ ควบคุมตนเองได้ และมีความรับผิดชอบ
คนเก่ง ก็คือ เป็นผู้ที่เรียนรู้ด้วยตนเอง รู้แหล่งข้อมูลและวิธีการแสวงหาความรู้ที่หลากหลาย สามารถรวบรวมข้อมูลได้ สามารถทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี
มีความสุข ก็คือ มีสุขภาพดี และสุขใจ คือมีสุขภาพจิตดี

การนำหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการมาจัดการศึกษาในโรงเรียนเลิศหล้า

หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544
(หลักสูตรใหม่)
หลักสูตรประถมศึกษาพุทธศักราช 2521 ( ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2533 )
(หลักสูตรเก่า)


โครงสร้าง

1. สาระการเรียนรู้ 8 กลุ่ม
- ภาษาไทย
- คณิตศาสตร์
- วิทยาศาสตร์
- สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
- สุขศึกษาและพลศึกษาศิลปะ
- การงานอาชีพและเทคโนโลยี( งานบ้าน, งานเกษตร, งานประดิษฐ์ )
- ภาษาต่างประเทศ

2. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
( ชมรม, แนะแนว, ลูกเสือ, เนตรนารี, โครงงาน )


โครงสร้าง

1. มวลประสบการณ์
- กลุ่มทักษะ ( ภาษาไทย, คณิตศาสตร์ )
- กลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต( สังคมศึกษา, วิทยาศาสตร์ )
- กลุ่มสร้างเสริมลักษณะนิสัย( จริยะ, ดนตรี, นาฏศิลป์, ศิลป, พละ, ลูกเสือ-เนตรนารี )
-กลุ่มการงานพื้นฐานอาชีพ
- กลุ่มประสบการณ์พิเศษ

2. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
( ชมรม, แนะแนว, โครงงาน )

การวัดผลและประเมินผลในระดับประถมศึกษา

โรงเรียนจัดให้มีการประเมินผลการเรียนตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยประเมินผลดังต่อไปนี้

1.การวัดและประเมินผลก่อนการสอน โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อทราบถึงระดับพื้นฐานหรือความสามารถเดิมของนักเรียน
2.การวัดและประเมินผลระหว่างการสอน โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อทราบถึงความสามารถของนักเรียนในการทำความเข้าใจในบทเรียน
3.การวัดและประเมินปลายภาคเรียน โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อทราบถึงระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน และพัฒนาการที่เกิดขึ้นในตัวผู้เรียนโดยเทียบกับจุดประสงค์การเรียนรู้ที่กำหนด

การประเมินผล

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามสภาพจริง ( Authentic Assessment ) ด้วยวิธีการที่หลากหลายให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของตนเองด้วยแฟ้มสะสมงาน ( Portfolio ) มีการบันทึกผลการประเมินที่เป็นระบบ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียน โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1.ประเมินผลระหว่างเรียน ประเมินผลจากบันทึกพัฒนาการของนักเรียนด้านพฤติกรรม ผลงาน แบบฝึกหัด แบบทดสอบและการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ตามที่ครูผู้สอนมอบหมายให้นักเรียนทำในระหว่างเรียน ในด้านความรู้ ความประพฤติ และความสามารถในการปฏิบัติงาน
2.ประเมินผลปลายภาคหรือปลายปี ประเมินเก็บสะสมเช่นเดียวกับการประเมินระหว่างเรียนโดยเก็บสะสมในรูปของคะแนน แบ่งสัดส่วนคะแนนเก็บสะสม และคะแนนจากแบบทดสอบในอัตราส่วน 60:40 เฉพาะวิชาวิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา คณิตศาสตร์ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษสำหรับวิชาศิลปะ พลศึกษา ดนตรี นาฏศิลป์ ลูกเสือ จริยะ งานบ้าน งานประดิษฐ์ งานเกษตร แบ่งสัดส่วนคะแนนเก็บสะสมและคะแนนจากแบบทดสอบในอัตราส่วน 80:20 จากนั้นจึงทำคะแนนทั้งสองส่วนมารวมคะแนนเต็ม 100 คะแนน

การรายงานผล

โรงเรียนจัดให้มีการรายงานผลการเรียนถึงผู้ปกครอง ปีการศึกษาละ 4 ครั้ง โดยแบ่งเป็น 2 ภาคเรียน ภาคเรียนที่ 1 และภาคเรียนที่ 2 จะมีรายงานผลการเรียนดังนี้

-รายงานผลการเรียนกลางภาค 1 ครั้ง ( ในรูปของสมุดสื่อสัมพันธ์ )
-รายงานผลการเรียนปลายภาค 1 ครั้ง ( ในรูปของสมุดรายงานประจำตัวนักเรียน หรือ ปพ.6 )

  ถนนกาญจนาภิเษก
ปฏิทินการศึกษา
ปฏิทินวันหยุด
   
สารสัมพันธ์
กิจกรรม
สรรสาระ
   
ทุนการศึกษา
รับสมัครครูชาวไทย
รับสมัครครูชาวต่างประเทศ
   

ตารางสอน
การบ้าน
   
คลิกที่นี้!